เครื่องตัดพลาสม่า RILON สำหรับงานตัดโลหะ งานช่าง และโรงงาน
เครื่องตัดพลาสม่า RILON เหมาะสำหรับงานตัดโลหะหลายประเภท เช่น เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม เหล็กแผ่น เหล็กกล่อง เหล็กโครงสร้าง และงานซ่อมบำรุงทั่วไป ใช้งานได้ทั้งงานช่าง งานร้านเหล็ก งานโรงงาน และงานผลิตที่ต้องการตัดชิ้นงานให้รวดเร็วและแม่นยำ
การตัดพลาสม่าใช้ความร้อนจากอาร์กไฟฟ้าร่วมกับลมอัด เพื่อเป่าและตัดโลหะให้ขาดออกจากกัน จุดเด่นคือสามารถตัดได้เร็วกว่าเครื่องตัดแบบใบตัดในหลายงาน ลดแรงในการทำงาน และเหมาะกับงานที่ต้องการตัดโลหะหลายรูปทรง
เลือกเครื่องตัดพลาสม่าให้เหมาะกับงาน
การเลือกเครื่องตัดพลาสม่าควรดูจากความหนาของชิ้นงาน ระบบไฟที่มีอยู่ ลักษณะการใช้งาน และความต่อเนื่องของงาน หากเป็นงานช่างทั่วไป งานซ่อม หรืองานเหล็กบางถึงปานกลาง สามารถเลือกรุ่นไฟ 220V ได้ เพราะใช้งานสะดวกและเหมาะกับร้านช่างทั่วไป
สำหรับงานโรงงาน งานตัดต่อเนื่อง หรืองานที่ต้องตัดเหล็กหนามากขึ้น ควรเลือกรุ่นไฟ 380V เพราะให้กำลังสูงกว่า เหมาะกับงานหนักและการใช้งานต่อเนื่องมากกว่า ส่วนงานที่ต้องใช้กับโต๊ะ CNC หรือจำเป็นต้องเริ่มอาร์กโดยไม่สัมผัสชิ้นงาน ควรเลือกรุ่นที่มีระบบ Pilot Arc
ตารางเปรียบเทียบรุ่น
| รุ่น | ระบบไฟ | เหมาะกับงาน | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| RILON CUT40 | 220V | งานตัดเบา งานช่างทั่วไป | ขนาดเล็ก ใช้งานง่าย |
| RILON CUT60 MOS | 220V | งานตัดเหล็กทั่วไป | เหมาะกับร้านช่างและงานซ่อม |
| RILON CUT60 Pilot | 220V | งานตัดมือและงานที่เริ่มอาร์กยาก | มี Pilot Arc |
| RILON CUT80GT | 380V | งานตัดอุตสาหกรรม | รองรับ CNC |
| RILON CUT100GT | 380V | งานตัดหนาและงานต่อเนื่อง | กำลังสูง 100A |
| RILON CUT125I | 380V | งานอุตสาหกรรมหนัก | รองรับ Air Gouging |
| RILON CUT165I | 380V | งานตัดหนามาก งานโรงงาน | กำลังสูง เหมาะกับงานหนัก |
รุ่นขนาดเล็กเหมาะกับงานซ่อมและงานร้านช่างทั่วไป ส่วนรุ่นขนาดกลางถึงใหญ่เหมาะกับงานโรงงาน งานผลิต และงานที่ต้องตัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากต้องตัดเหล็กหนาหรือใช้งานหนักเป็นประจำ ควรเลือกรุ่นที่มีกระแสสูงกว่าความต้องการจริงเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องทำงานสบายและยืดอายุการใช้งาน
นอกจากตัวเครื่องแล้ว ควรตรวจสอบระบบลมให้พร้อม เพราะเครื่องตัดพลาสม่าต้องใช้ลมอัดร่วมในการตัด หากแรงดันลมไม่พอหรือคุณภาพลมไม่ดี อาจทำให้แนวตัดไม่เรียบ หัวตัดสึกเร็ว และประสิทธิภาพการตัดลดลง
FAQ
คำถาม: เครื่องตัดพลาสม่าใช้ตัดอะไรได้บ้าง?
คำตอบ: ใช้ตัดโลหะนำไฟฟ้า เช่น เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม เหล็กแผ่น เหล็กกล่อง และชิ้นงานโลหะหลายรูปแบบ โดยควรเลือกรุ่นให้เหมาะกับความหนาของชิ้นงาน
คำถาม: เครื่องตัดพลาสม่า 220V กับ 380V ต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: รุ่น 220V เหมาะกับงานช่าง งานซ่อม และงานทั่วไป ส่วนรุ่น 380V เหมาะกับงานโรงงาน งานตัดต่อเนื่อง และงานที่ต้องใช้กำลังตัดสูงกว่า
คำถาม: Pilot Arc คืออะไร?
คำตอบ: Pilot Arc คือระบบช่วยเริ่มอาร์กโดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงานโดยตรง ช่วยให้เริ่มตัดง่ายขึ้น เหมาะกับงานตัดตะแกรง งานชิ้นงานไม่เรียบ และงาน CNC บางประเภท
คำถาม: เครื่องตัดพลาสม่าต้องใช้ปั๊มลมหรือไม่?
คำตอบ: ต้องใช้ลมอัดร่วมในการตัด เพื่อช่วยเป่าเนื้อโลหะที่หลอมออกจากแนวตัด ควรใช้ปั๊มลมที่ให้แรงดันและปริมาณลมเพียงพอตามสเปกของเครื่อง
คำถาม: ถ้าต้องตัดเหล็กหนาควรเลือกรุ่นไหน?
คำตอบ: หากตัดเหล็กหนาหรือตัดต่อเนื่อง ควรเลือกรุ่นกระแสสูง เช่น CUT80GT, CUT100GT, CUT125I หรือ CUT165I ตามความหนาและลักษณะการใช้งาน
คำถาม: เครื่องตัดพลาสม่าเหมาะกับงาน CNC ไหม?
คำตอบ: เหมาะได้ในบางรุ่น โดยควรเลือกรุ่นที่รองรับ Pilot Arc และตรวจสอบความเหมาะสมกับระบบ CNC ที่ใช้งาน เพื่อให้เริ่มอาร์กง่ายและตัดได้ต่อเนื่อง
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการตัดพลาสม่าได้ที่ Plasma cutting





